Story telling มาฟังนิทานกัน ~I~

posted on 10 Jan 2008 04:20 by analilisami

เรื่องของเรื่องคือนอนไม่หลับ คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อย ฟุ้งซ่าน สุดท้ายเลยตัดสินใจลุกขึ้นมาทำอะไรดับความฟุ้งดีกว่า (อันนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการฟังเพลง story telling ของ w-indsด้วย)

เราแปลจากภาษาอังกฤษ เพื่อความอ่านง่ายสบายตา(ถึงแม้ต้นฉบับมันก้ไม่ได้อ่านยากก็เหอะ) มีตรงไหนสำนวนไม่ค่อยดีก็ขอโทษด้วย แล้วก็ในส่วนที่เป็นเราขอไม่แปลนะคับ คิดว่าอ่านเป็นภาษาอังกฤษน่าจะดีกว่า

นิทานเรื่องนี้ชื่อเรื่องว่า The Milk-white Doo (เจ้านกเขาเผือก) แต่งโดย Elizabeth Wilson Grierson

ว่าแล้วก็เริ่มเล่ากันเลยดีกว่า เราคิดว่าคงมีไม่กี่คนที่เคยอ่านเรื่องนี้

นานมาแล้วมีชายคนหนึงทำมากินด้วยการทำไร่ เขามีลูกชายคนหนึ่งชื่อ Curly-Locks (หนูผมหยิก) กับลูกสาวคนหนึ่งชือ่ Golden-Tresses (น้องผมทอง) ส่วยภรรยานั้นเสียชีวิตไปแล้ว ด้วยเหตุว่าเขาจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านตลอดวัน เด็กทั้งสองจึงมักถูกปล่อยให้อยู่กันลำพังบ่อยๆ ดังนั้นเขาเพื่อไม่ให้เกิดเร่องร้ายกับลูกๆเมื่อเขาไม่อยู่บ้าน เขาจึงตัดสินใจแต่งงานใหม่ แต่การแต่งงานใหม่นี้กลับทำให้ทุกอย่างแย่ลง

ภรรยาใหม่ของเขานั้นเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจ และเกลียดเด็กเป็นอย่างยิ่ง (ถึงแม้ว่าก่อนแต่งงานนางจะทำเหมือนว่าเธอรักพวกเด็กๆก็เถอะ) นางปฏิบัติต่อเด็กๆอย่างโหดร้าย อีกทั้งยังทำให้บ้านกลายเป็นสถานที่อันไม่น่าอยู่สำหรับพวกเขาด้วยความเจ้าอารมย์ของนาง สามีที่น่าสงสารของหล่อนได้แต่ถอนหายใจและหวังอยู่ลึกๆว่าเขาน่าจะอยู่ตัวคนเดียวเหมือนแต่ก่อนดีกว่า

อย่างไรก็ตามเขาก็คิดว่า "มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเสียใจไปกับสิ่งที่ทำลงไปแล้ว" เขาทำได้เพียงแต่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

 เวลาผ่านไปหลายปี จนเด็กๆโตพอที่จะออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านกันเองได้

วันหนึ่งผู้เป็นพ่อโชคดีจับกระต่ายป่ามาได้ เขานำมันกลับมาบ้านเพื่อให้ภรรยาของเขานำไปทำเป็นอาหารเย็น

ภรรยาของเขานั้นมีฝีมือในการทำอาหารมาก นางนำนำกระต่ายที่ได้มาใส่หม้อปรุงเป็นซุปแสนอร่อย แต่นางก็เป็นคนตะกละมากเช่นกัน ในขณะที่ซุปกำลังเดือดนางลองชิมมัน แล้วก็ชิมมันอีก จนมันเกือบหมด เมื่อเป็นเช่นนั้นนางจึงรู้สึกกังวลใจมาก เพราะรู้ว่าอีกไม่นานสามีก้จะกลับถึงบ้านเพื่อทานอาหารเย็น แต่นางไม่มีเหลืออะไรจะจัดห้เขากิน

มาถึงตอนนี้พวกคุณคิดว่านางจะทำอย่างไรล่ะ?

นางออกไปนอกบ้าน ที่ซึ่งลูกเลี้ยงของนาง Curly-Locks กำลังเล่นเพลินอยู่ เธอบอกให้เขาเข้าไปในบ้าน ล้างหน้าล้างตาซะให้สะอาด

ในขณะที่กำลังล้างหน้าอยู่นั่นเอง นางก็ทุบตัวเขาด้วยค้อนจนเขาสลบ แล้วจับใส่หม้อเพื่อปรุงเป็นอาหารเย็นให้สามี (= =" ทำไปได้ไงวะนั่น)

เมื่อผู้เป็นพ่อกลับมาจากงานนไร่ ซุปก็ถูกตักใส่จากไว้เรียบร้อยแล้ว เขาจึงนั่งลงเตรียมที่จะทานอาหารพร้อมกับ ภรรยาและ Golden-Tresses ลูกสาวตัวน้อย

 "Curly-Locksไปไหนน่ะ?" ผู้เป็นพ่อถาม "ถ้าเขาไม่รีบมากินซุปจะเย็นหมดนะ"

"ชั้นจะไปรู้ได้ยังไงกันล่ะ" ภรรยาของเขาตอบอย่างหงุดหงิด

"ชั้นมีงานอย่างอื่นต้องทำอีกตั้งเยอะแยะ จะเอาเวลาตอนไหนไปดูไอ้พวกเด็กที่เอาเล่นเล่นซนกันทั้งวัน"

ผู้เป็นสามีจึงทานซุปต่อไปอย่างเงียบๆ สักพักหนึ่งต่อมา เขาก็ตักเท้าเล็กๆขึ้นมาจากซุป

"นี่มันเท้าของ Curly-Locksนี่!!" เขาร้องด้วยความตกใจ

"ต้องมีอะไรผิดปรกติเกิดขึ้นแน่ๆ"

"พูดบ้าๆ จะเป็นไปได้ยังไง" ภรรยาของเขาตอบ ทำทีว่าตนเองแปลกใจอย่างมาก

"เท้าของCurly-Locksมันจะลงไปอยู่ในซุปได้ยังไง นี่มันเท้ากระต่ายป่า ก็แค่มันหน้าตาคล้ายเท้าเด็กก็เท่านั้น" (โหแถไปได้ป้า เท้ากระต่ายกับเท้าเด็ก คิดได้ไงวะ)

แต่หลังจากนั้นไม่นาน สามีก็ตักชิ้นอะไรบางอย่างออกมาอีก

"นี่มันมือของCurly-Locksนี่!!!" เขาร้องเสียงดัง

"ชั้นจำตำหนิที่นิ้วก้อยนี้ได้!!!"

"ไอ้คนงี่เง่า!" ภรรยาเขาว่า "กะแค่เท้าหลังกระต่ายป่ายังดูไม่ออกอีก!"

แล้วคุณพ่อผู้หน้าสงสารก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขากลับออกไปทำงานด้วยความเหนื่อยใจ พลางคิดว่าไม่น่าเอากระต่ายตัวนี้มาให้เธอทำอาหารเย็นเลย

ในขณะเดียวกัน ลูกสาวตัวน้อย Golden-tresses นั้นเข้าใจเหตุการ์ณทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี เธอเก็บรวบรวมกระดูกทั้งหมดจากจานที่กินเสร็จแล้ว ใส่ไว้ในผ้ากับเปื้อนของเธอ แล้วก็นำมันไปฝังไว้ใต้แผ่นหินใกล้กับพุ่มกุหลบขาวที่ขึ้นติดกับประตูกระท่อม

และแล้ว ดูนั่นสิ กระดูกที่เธอได้ฝังลงไปด้วยความทะนุถนอมนั้น

"Grew and grew,

To a milk-white Doo,

That took its wings,

and away it flew."

ในที่สุดนกเขาน้อยก็บินหยุดลงบนผืนหญ้าที่มีแดดส่องถึง ใกล้กันนั้นมีผู้หญิงสองคนกำลังซักผ้า มันร้องขันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นมันก็ร้องเพลงอย่างนุ่มนวลให้เธอทั้งสองฟัง

"Pew,pew,

My mimmie me slew,

My daddy me chew, 

My sister gathered my banes,

And put them between two milk-white stanes.

And I grew and grew

To a milk-white Doo,

And Ii took to my wings and away I flew"

หญิงทั้งสองหยุดชะงัก หันมามองหน้ากันด้วยความงุนงง พวกเธอมาที่นี่เป็นประจำแต่ไม่เคยเจอนกที่ร้องเพลงเป็นภาษาคนได้มาก่อนเลย พวกเธอจึงคิดว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆเบื้องหลังเรื่องนี้เป็นแน่ 

"ร้องเพลงนั้นอีกทีได้ไหม นกน้อยที่น่ารักของชั้น" เธอคนหนึ่งพูดขึ้น

"แล้วเราจะให้เสื้อผ้าทั้งหมดนี้กับเธอ"

นกเขาน้อยจึงร้องเพลงของมันอีกรอบ แล้วหญิงทั้งสองก็ยอกเสื้อผ้าให้ทั้งหมดให้แกมัน มันพับเส้อผ้าทั้งหมดหนีบไว้ใต้ปีกขวา (นกเขาตัวขนาดไหนน่ะนั่น) แล้วก็บินจากไป

ต่อมานกเขาน้อยบินมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งหน้าต่างทุกบานถูกเปิดออก มันเกาะลงบนขอบหน้าต่างบานหนึ่ง เมื่อมองเข้าไปภายในนั้นมันเห็นชายคนนึงกำลังนั่งนับเหรียญเงินกองใหญ่ มันเกาะอยู่ที่ขอบหน้าต่างบานนั้น แล้วก็เริ่มร้องเพลง

"Pew,pew,

My mimmie me slew,

My daddy me chew, 

My sister gathered my banes,

And put them between two milk-white stanes.

And I grew and grew

To a milk-white Doo,

And Ii took to my wings and away I flew"

ชายผู้นั้นหยุดนับเงินแล้วก็หันมาฟัง เขาคิดเหมือนกับพวกผู้หญิงที่มาซักผ้าว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆเองหลังเหตุการณืนี้ เมื่อนกเขาร้องจบ เขาก็พูดว่า

"ร้องมันอีกทีสิ เจ้านกน้อย แล้วชั้นจะให้ถุงเงินใบนี้แกเจ้า"

เจ้านกเขาน้อยก็ร้องเพลงของมันอีกครั้ง แล้วก็ได้รับถุงเงิน ซึ่งมันเหน็บไว้ใต้ปีกซ้ายของมัน (แล้วมันเอาปีกที่ไหนบินหว่า) จากนั้นมันก็ออกบินไป

มันบินไปอีกไม่ไกลนัก ก่อนจะถึงโรงสีมันก็บินมาพบกับคนงานสองคนกำลังสีข้าวโพด มันร่อนลงเกาะที่กระสอบแป้งแล้วก็ร้องเพลงห้พวกเขาฟัง

"Pew,pew,

My mimmie me slew,

My daddy me chew, 

My sister gathered my banes,

And put them between two milk-white stanes.

And I grew and grew

To a milk-white Doo,

And Ii took to my wings and away I flew"

พวกคนงานหยุดงานที่ทำ หันมามองหน้ากันไปมาพลางเอามือเกาหัวด้วยความสงสัย

"ร้องเพลงนั่นอีกทีนะเจ้านกที่น่ารัก" ชายทั้งสองร้องขึ้นพร้อมกันเมื่อเจ้านกเขาร้องเพลงจบ 

"แล้วเราจะให้โม่หินอันนี้แก่เจ้า"

เจ้านกเขาจึงร้องเพลงอีกครั้ง แล้วก็ได้รับโม่หินซึ่งมันขอร้องให้คนงานช่วยยกมาวางไว้บนหัวของมัน แล้วมันก็บินออกจากโรงสีไป ปล่อยให้เหล่าคนงานยืนมองมันด้วยความประหลาดใจ

อย่างที่หลายคนคงคิด เจ้านกเขามันแบกสัมภาระที่หนักมาก แต่มันก็ยังคงบินต่อไปด้วยใจมุ่งมั่นจนกระทั่งกลับมาถึงกระท่อมของผู้เป็นพ่อ มันก็ถลาลงไปเกาะอยู่บนหลังคา ทิ้งสัมภาระทั้งหลายของมันไว้บนนั้น

ตอนนั้นเป็นเวลาเย็นแล้ว ผู้เป็นพ่อ ภรรยาของเขาและลูกสาวตัวน้อยกำลังรับประทานอาหารเย็น และแน่ใจได้เลยว่าพวกเขาต้องตกจแน่ๆถ้าอยู่ๆมีหินตกลงมาในปล่องไฟ พร้อมกับฝุ่นควันกระจาย ทั้งสามลุกขึ้นแลวิ่งออกไปหน้าบ้านเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น

Golden-Tresses ตัวเล็กที่สุด แล้วก็วิ่งเร็วที่สุด เมื่อออกมานอกบ้าน เจ้านกเขาขาวก็ปล่อยเสื้อผ้ากองใหญ่หล่นลงมากองอยู่ที่เท้าเธอ

ผู้เป็นพ่อตามออกมา เจ้านกเขาขาวก็ปล่อยถุงเงินลงมากองที่เท้าเขา

ส่วยแม่เลี้ยงจอมโหดออกมาเป็นคนสุดท้าย เพราะนางค่อนข้างจะอ้วน เจ้านกเขาก็ปล่อยโม่หินลงมาใส่หัวของนาง ทำนางขาดใจตายอยู่ตรงนั้น

จากนั้นมันก็กางปีกบินออกไป แล้วก็ไม่เคยมีใครได้เห็นมันอีกเลย แต่สิ่งที่มันทำช่วยให้พ่อผู้น่าสงสารและลูกสาวของเขาร่ำรวยขึ้นมา และยังกำจัดแม่เลี้ยงจอมโหดออกไปจากชีวิตของพวกเขาอีหด้วย

ดังนั้นพวกเขาจึงมีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขจนวันสุดท้ายของชีวิต...

.........................................................................

นิทานจบละ อ่านแล้วเบื่อรึปล่าวเนี่ย เราคิดว่ามันเป้นนิทานที่แปลกดีนะ (นิทานเด็กแน่เหรอวะ) ถือซะว่าอ่าแก้เซงแทนฟิควายละกัน (ตอนนี้มีโปรเจค6927-2769เวอร์ชั่นมุคุเลวอยู่ ยังไม่ได้เริ่มซะที) นิทานน่าสนมีอีกเรื่องไว้คราวหน้าจะอัพนะ รับรองว่าความโหดไม่แพ้เรื่องนี้ (เหอๆ)

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สนุกดีคับ ชอบคับ big smile

#1 By rain memory on 2008-01-10 12:03

ฉันเองไม่ค่อยชอบอ่านนิทานพวกนี้เท่าไหร่
(แต่ส่วนใหญ่ก็อ่านแล้วน่ะ)เพราะมีความรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่รุนแรงน่ะ
แถมเหตุผลในเรื่องก็จะแปลกๆ แต่อย่างไรก็ตาม หลายเรื่องก็กลายเป็นพล๊อตฟิกของฉันไปแล้ว

ฉันว่ามันเป็นอะไรที่สื่อถึงความบิดเบี้ยวออกมาได้ค่อนข้างชัดน่ะ

ไม่รู้สิ บางทีฉันอาจจะฟุ้งซ่านไปเองมั้ง แหะๆ

#2 By Lover Boy on 2008-01-10 12:36

สนุกดีนะ ...

แต่แบบเรื่องแอบฮา ...
พ่อก็ยังกินลงอีกนะ ทั้ง ๆ ที่เห็นซุปขาเหมือนลูกเนี๊ยะ
เหลือแต่กระดูกเลย

#3 By แพนด้า500 on 2008-01-10 14:03

เคยอ่านแต่เรื่องที่คล้ายกัน อันนั้นเป็นของกริมม์ (แต่คิดว่าเรื่องนี้ก็เคยผ่านตาเหมียนกัน จำหินโม่ได้ 55+) โหดได้ใจมั่กๆ แปลอีกนะจ๊ะ ชอบ big smile

#4 By ...alfalfa... on 2008-01-10 14:25

ฮืมมม
นิทานสำหรับเด็กแน่เร้อ?
แต่สะใจ หึๆconfused smile

#5 By ~Yuki=Tuki~ on 2008-01-10 20:36

สนุกดีนะครับ

ไวจะ้มาเยี่ยมอีกครับ

#6 By 030419 on 2008-01-10 21:28

ขอถามอีกครั้งว่า
"น้องสาวได้โจ้ซุปพี่ชายตุ๋นลงท้องน้อยๆไปด้วยหรือเปล่า?"

นิทานนี้ขอสงวนไว้อย่าให้เด็กๆได้อ่านเลย SMไปนิด...นิดยังไงก็ไม่รู้ เอิ่ว...

#7 By Ritz_DD on 2008-01-10 22:30

ถึงดีดี

ฉันแค่อยากตอบ

--ฉันว่าน้องสาวก็โจ้ว่ะ

ปล.ใช่มั้ย แกคิดเหมือนฉันเลยว่านิยายเด็กมันไม่ใช่นิยายเด็ก

#8 By Lover Boy on 2008-01-10 22:47

สนุกดีค่ะ

#9 By นานา (117.47.91.180) on 2008-01-12 13:00

angry smile

#10 By vbv (222.123.171.254) on 2008-01-15 16:19

พี่ลีน่า...แกล้งเด็ก...

เอาถึงตายเลยรึคะนี้ แหม สายsเหมือนกันรึคะนี่ - -+

#11 By Mayave...มายาวี on 2008-06-16 23:59

#12 By (118.175.225.248) on 2009-06-12 11:37

#13 By (118.175.225.248) on 2009-06-12 11:38

ไม่เห็นจะมีอะไรเลยangry smile sad smile

#14 By ดดดอออ (118.173.114.126) on 2009-11-27 12:20